ภาษาเป็นเครื่องมือที่ใช้สื่อความหมาย การสื่อให้ได้ความหมายของภาษาต้องประกอบด้วยเสียงและความหมาย ถ้าสือความหมายไม่รู้เรื่องก็เรียกว่า ภาษาก็ขาดความสำคัญ
เสียงในภาษาทำให้เกิดพลัง เสียงหนัก เสียงเบา เสียงนุ่ม เสียงเข้ม ทำให้เกิดพลัง กล่าวได้ว่าระดับเสียงสูงต่ำทำให้มีพลังต่างกัน ตัวอย่าง การฝึกแถว การสั่งกานของทหาร ต้องใช้เสียงหนัก สั้น เช่น
แถว ตรง ระวัง ยิง
ถ้าเราสังด้วยเสียงอ่อนหวานว่า
แถวตรงจ๊ะ ระวังครับ ยิงนะครับ
จะเห็นว่าข้อความทั้งสองดังกล่าวจะให้พลังต่างกัน
นอกจากนั้น ความหมาย ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ภาษามีพลัง ถ้าไม่รู้ความหมาย คนรับสาร ไม่ว่าจะเป็นผู้ฟังหรือผู้อ่านก็ขาดพลังในการรับรู้จากการอ่าน ดังตัวอย่าง อีทิสังข์ ฉันท์
เออ! อุุเหม่! นะมึง ชิ ช่างกระไร
ทุทาสสถุลฉะนี้ไฉน ก็มาเป็น
(ชิต บุรฑัต : สามัคคีเภทคำฉันท๋)
อ้า!อรุณแอร่มระเรื่อรุจี
ประดุจมโนภิรมย์ระตี ณ แรกรัก
(ร.๖ : บทละครคำฉันท์ เรื่อง มัทนพาธา)
ร้อยกรองข้างต้นจะให้พลังต่างกัน สามัคคีเภทคำฉันท๋ ให้ความรู้สึกโกรธ ส่วนมัทนพาธา ให้อารมณ์รัก ร้อยกรองท้ั้งสองจะให้ความรู้สึกต่างกัน
จึงกล่าวได้ว่่าพลังของภาษาเกิดจากเสียงในภาษาและความหมาย
ภาษามีพลัง
ภาษา
ที่ใช้สื่อสาร ก่อให้เกิดอารมณ์ เพราะภาษาถ่ายทอดอารมณ์ ถ่่ายทอดความรู้สึก
-
ภาษาถ่ายทอดอารมณ์เศร้า การใช้คำที่มีความหมายในการคร่ำครวญ รำพัน ตัดพ้อ ทำให้เกิดอารมณ์เศร้า เช่น
พระน้องเอยเสียดายนัก พระวรพักตร์ดังดวงเดือน
หาไหนจะได้เหมือน ไม่มีแหล้วในโลกี
หาดวงพระสุริย์ศรี ก็ไ่ม่ได้เหมือนดั่งใจ
จะหาโฉมให้เหมือนนุช จนสุดฟ้าสุราลัย
ตายแล้วและเกิดใหม่ ก็ไม่เหมือนเจ้านฤมล
(ร.๒ : บทพากย์โขนเรื่องรามเกีียรติ์ ตอนนางลอย)
หรือ
ฝากเพลงนี้มากับสายลมผ่าน จากใจที่แตกแหลกลาญ และฟุ้งซ่ายเมื่อคิดถึงเธอ
น้ำคำทำนอง ดังนกการ้อง เพ้อเจ้อ ไม่ขอห่วงใครเสมอ ไม่เคยลืมเธอ สักแม้นาที
เกิดมาโชคดีชะตาบุญหนัก เธอจึงมากมีคนรัก ใจแสนหนักตกที่ฉันนี่ ฉันมันคนเลว
เลวเสียไม่มีชิ้นดี ก็ขออยู่ไปอย่างนี้ ประสามีประสาเคยมา...
(ทวีพงษ์ มณีนิล : ฝากเพลงลอยลม ขับร้องโดย ะานินทร์ อินทรเทพ)
หรือ
หลับเถิดนะ วรพจน์คนดีตรงนี้หนอ ใจแม่พ่อเพื่อนวางไว้ต่างหมอน
คุณความดีมีมาเป็นอาภรณ์ นอนเิถิดนอนนิ่งสนิท นิจนิรันดร์
(คำไว้อาลัย วรพจน์ แดงสุข โดยพยูร บัณฑิศักดิ์ บนFace book Iead Pranay)
หรือ
ถ้าหากน้องปรารถนามาเผาศพ มาเคารพร่างพี่ผู้อกหัก
ดอกไม้ใดอย่าให้เด่นเป็นสัญลักษณ์ ขอดอกรักดอกเหี่ยวเหียวดอกเดียวพอ
(พยูร บัณฑิศักดิ์ : คำพร คอลัมน์มาลัยเมืองใต้ นสพ.เมืองใต้ ๒๕๑๗)
-
ภาษาถ่ายทอดอารมณ์โกรธ ใช้คำที่่มีความหมายโกรธ ให้ความรู้สึกโกรธ เช่น
เออ อุเหม่ นะมึงชิช่างกระไร
ทุทาสสถุลฉะนี้ไฉน ก็มาเป็น
ศึกบ่ถึงและมึงก็ยังมิเห็น
จะน้อยจะมากจะยากจะเย้น ประการใด
อวดฉลาดและคาดแถลงเพราะใจ
ขยาดขยั้นมิทันอะไร ก็หมิ่นกู
กลกะกากะหวาดขมังธนู
บ่เห็นธวัชริปู สิล่าถอย....
(ชิต บุรทัต : สามัคคีเภทคำฉันท์)
หรือ
เองดูหมิ่นภาษาใต้ว่าไร้ค่่า ใครพูดจาเอ็งดูหมิ่นสิ้นศักดิ์ศรี
ภาษาอื่นเอ็งคงเห็นว่าเด่นดี คนอัปรีย์ไม่นำพาภาษาเอง...
(พยูร บัณฑิศักดิ์ : วัวลืมตีน น.ส.พ.เสียงราษฎร์ ๒๕๑๘)
หรือ
ทรนงหลงระเริงเหลิงอำนาจ เออดอุบาทว์อวดตนเป็นคนกล้า
สร้างเหตุการณ์บัดซบขึ้นตบตา นี่หรือวะ นี่หรือหวาปัญญาชน...
(พยูร บัณฑิศักดิ์ : เออด ชมรมวรรณศิลป์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี)
-
ภาษาก่อให้เกิดอารมณ์เร้าใจ ปลุกใจ เช่น
เกิดเป็นไทยแล้ว ใจต้องสู้่ ถิ่นไทยเรารู้เรารักยิ่ง
ศัตรูหน้าไหนไม่เกรงกริ่ง ใครมาช่วงชิงตายเสียเถิด
ผ่าไทยเดิมล้วนคนใจเด็ด แกร่งดังเหล็กเพชรชูชาติเชิด
ต่างรักษาไว้แดนกำเนิด เกิดเป็นไทยแล้วจำใส่ใจ
ปกครองรักษาทำหน้าที่ ห่วงเมืองไทยนี้ให้ยิ่งใหญ่
สิ้นเมืองไทยแล้วใครอยู่ได้ ชาติไทยคงไร้ความเสรี
เผ่าไทยเราพร้อมอาสาสมัคร เด็ดเดี่ยวยิ่งนักยอมชีพพลี
เสี่ยงภัยทั้งผองปองความดี ปกป้องปฐพีตายเพื่อไทยหร
(พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ีหัวภูมิพลอดุลยเดช : เพลงพระราชนิพนธ์ เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย)
หรือ
รักเมืองไทยชูชาติไทยทะนุบำรุง ให้รุ่งเรืองสมเป็นเมืองของไทย
เราชาวไทยเกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย เราชาวไทยเกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย
ไม่เคยอ่อนน้อมเราไม่ยอมแพ้ใคร ศัตรูใจกล้ามาแต่ทิศใด
ถ้าข่มเหงไทยคงจะได้เห็นดี
เรารักเพื่อนบ้านเราไม่รานรุกใคร เรารักเพื่อนบ้านเราไม่รานรุกใคร
แต่รักษาสิทธิ์อิสระของไทย ใครทำช้ำใจไทยจะไม่ถอยเลย
ถ้าถูกข่มเหงแล้วไม่เกรงผู้ใด ถ้าถูกข่มเหงแล้วไม่เกรงผู้ใด
ดั่งงูตัวนิดมีพิษเหลือใจ เรารักเมืองไทยยิ่งชีพเราเอย
(หลวงวิจิตรวาทการ : รักเมืองไทย)
สรุป
พลังของภาษาเป็นการใช้ภาษาให้เกิดพลังเพื่อให้เกิดอารมณ์็ตามความต้องการของผู้สื่อสาร เราใช้ภาษาในการเจรจาทางการทูต ติดต่อทางการค้า การคร่ำครวญรำพัน การอภิปราย การพูดหาเสียงของนักการเมือง ฯลฯ ในการสื่อสารเหล่านี้ทำให้ภาษามีพลัง
คำชี้แจง
จงอธิบายว่า เราจะนำพลังของภาษาไปใช้ในทางใดได้บ้าง